Google+ บริการใหม่ท้าชน Facebook

ใส่ความเห็น

Google+ บริการใหม่ท้าชน Facebook

รายงานข่าวล่าสุด กูเกิ้ล (Google) ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีรูปแบบของการใช้งานในลักษณะแบบเดียวกับสื่อสังคมออนไลน์ (Social network) โดยสามารถเชื่อมโยงกับเพื่อนๆ ได้หลากหลายรูปแบบทั้งข้อความ และวิดีโอ ตลอดจนการแชร์ข่าวสารที่น่าสนใจ ซึ่งแน่นอนว่า เป้าหมายของการเปิดให้บริการใหม่นี้ก็คือ การช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดผู้ใช้จาก เฟซบุ๊ค (Facebook) โซเชียลเน็ตเวิร์กที่ใหญ่ที่สุดในโลกนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม แผนการใหม่ในการรุกเข้าสู่สมรภูมิโซเชียลเน็ตเวิร์กของ Google จะถูกสร้างขึ้นมาจากคุณสมบัติการใช้งานต่างๆ ที่แยกกันอยู่ 4 บริการด้วยกันได้แก่ Ciricles, Sparks, Hangout และ Huddle ทั้งนี้ Google พยายามย้ำว่า ผลิตภัณฑ์ใหม่ของทางบริษัทไม่ได้เป็นแค่การสร้างเครือข่ายโซเซียลเน็ตเวิร์กขึ้นมาใหม่อีกตัวหนึ่ง เพื่อต่อกรกับ Facebook  แต่มันเป็นความพยายามที่จะรวมเอาองค์ประกอบของการใช้งานสังคมออนไลน์เข้าไปในผลิตภัณฑ์ของ Google ต่างหาก

ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งหมดจะถูกรวมอยู่ในโปรเจ็กต์ที่เรียกว่า Google+ ก็จะมี Circles ซึ่งต้องถือว่า เป็นบริการทีมีความใกล้เคียง Facebook มากทีสุด โดยตัวบริการจะเปิดโอกาสให้ผู้ใข้สามารถย้ายคอนแท็คส์เข้าไปเก็บไว้ในกลุ่มต่างๆ (กูเกิ้ลเรียกว่า Circle) แยกกัน โดยเป้าหมายคือ ผู้ใช้จะสามารถแชร์เรื่องราว และสิ่งต่างๆ ระหว่างกลุ่มเพื่อนได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ ผู้ใช้ Google ยังสามารถเพิ่มคอนแท็คส์ หรือนำเข้า (import) จากบริการของ Yahoo และ Microsoft ได้อีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่า บริการของ Facebook จะไม่อนุญาตให้สามารถส่งออก (export) ข้อมูลคอนแท็คส์ไปยัง Google ได้

สำหรับ Sparks จะเป็นบริการที่เปิดให้ผู้ใช้ที่ชื่นชอบการแชร์คอนเท็นต์บนเว็บ และการแนะนำคอนเท็นต์อื่นๆ ที่น่าสนใจ โดยใช้กลไกที่เรียกว่า “Sharing Engine” (คล้ายกับ search engine) ซึ่งบริการ Sparks จะฟีดคอนเท็นต์ที่แพร่กระจายได้ง่ายจากทั่วอินเทอร์เน็ตให้กับผู้ใช้ตามหัวข้อที่สนใจด้วยภาษาต่างๆ ถึง 40 ภาษา (เลือกได้ว่าจะเอาภาษาอะไรบ้าง?) เพียงแค่ผู้ใช้เพิ่มประเด็นที่สนใจให้บริการได้ทราบ หลังจากนั้น ผู้ใช้ก็จะได้รับคอนเท็นต์ที่น่าดู น่าอ่าน และน่าแชร์ตลอดเวลา

มาดูในส่วนของบริการที่ชื่อว่า Hangout กันบ้าง โดยผลิตภัณฑ์นี้จะเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ที่แชร์คอนเท็นต์กันภายในกลุ่มให้สามารถรับชมพร้อมกันได้ เช่น การเข้าไปเจอกันใน YouTube ได้พร้อมกันโดยไม่จำเป็นต้องอยู่ที่เดี่ยวกัน (สร้างประสบการณ์ร่วมในกลุ่มเพื่อน) และ Huddle บริการใหม่ตัวสุดท้าย จะเป็นแอพพลิเคชันเมสเสจจิ้งแบบกลุ่ม (group messaging) โดยบริการนี้จะเป็นการส่งเมสเสจเข้าไปยังกลุ่มเพื่อน เพื่อชักชวนทำสิ่งต่างๆ ร่วมกัน ยกตัวอย่างเช่น การนัดออกไปเจอกันตามที่ต่างๆ เป็นต้น

บริการใหม่ๆ ทั้งหมดนี้จะสามารถเรียกใช้งานผ่านทูลบาร์ใหม่ของ Google โดยมันจะทำให้ผู้ใช้สามารถแชร์สเตตัสตัวเองได้ทันทีทีต้องการ ลักษณะเดียวกันกับ Facebook นอกจากนี้ยังมีเวอร์ชันบน Mobile ที่มีทั้งบน Android และ iOS นอกจากนี้ ทางบริษัทยังได้แนะนำคุณสมบัติใหม่ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถอัพโหลดรูปภาพ และวิดีโอที่บันทึกอุปกรณ์แอนดรอยด์ได้ทันที หากผู้ใข้ต้องการให้มีการติดป้านตำแหน่ง (location tag) ในภาพที่อัพโหลดขึ้นไปก็สามารถทำได้อีกด้วย อย่างไรก็ดี คงต้องติดตามกันต่อไปว่า Google+ บริการใหม่ในรูปแบบของโซเชียลเน็ตเวิร์กจะไปได้ไกลแค่ไหน? เพราะมันคงไม่ง่ายนักที่จะเปลี่ยนใจผู้ใช้ที่คุ้นเคยกับ Facebook อยู่แล้ว จะหันมาใช้บริการเหล่านี้อีก และต้องถือว่า มันเป็นโจทย์ที่ยากมากสำหรับ Google ดังที่ได้เป็นข่าวถึงความพยายามต่างๆ ก่อนหน้านี้หลายครั้งหลายคราวแล้ว

เว็บไซต์ในข่าว: Google blog

http://www.arip.co.th/news.php?id=413896

เพิ่มเติม

Advertisements

ระบบปฏิบัติการ Android

ใส่ความเห็น

 

     ระบบปฏิบัติการ คือ ซอฟต์แวร์ที่ใช้ควบคุมการทำงานคุณสมบัติทั้งหมดของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์มือถือ หรือ คอมพิวเตอร์ ก่อนหน้านี้คนไทยอาจจะเคยได้ยินชื่อ Symbian / Windows Mobile / Linux แต่ไม่นานมานี้ ระบบปฏิบัติการในโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่อย่าง Android (แอนดรอยด์) ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น และเริ่มใช้งานในเชิงพาณิชย์หรือมีวางจำหน่ายให้กับลูกค้าเมื่อปลายปี 2551

เพิ่มเติม

เทคโนโลยีโฮโลแกรม3มิติ

ใส่ความเห็น

  คณะนักวิจัยในสหรัฐอเมริกาได้พัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง ทำให้โฮโลแกรม 3 มิติเคลื่อนไหวคล้ายกับมีชีวิตจริง

งานวิจัยด้านโฮโลแกรม 3 มิติมีพัฒนาการก้าวหน้าขึ้นอีกขั้น นับเป็นเวลานานกว่า 30 ปี หลังจากคอหนังทั่วโลกได้ฮือฮากับฉากภาพโฮโลแกรม 3 มิติของเจ้าหญิงเลอาร้องขอความช่วยเหลือจากลุค สกายวอล์คเกอร์ และโอบีวัน เคนโนบี ในภาพยนตร์สตาร์วอร์สที่โด่งดังเมื่อปี 1977

เครื่องฉายภาพ 3 มิติแบบเรียลไทม์ที่ติดตั้งในตัวหุ่นอาร์ทูดีทูสามารถฉายภาพ 3 มิติของเจ้าหญิงเลอาที่มีการปรับเปลี่ยนภาพเคลื่อนไหวตามเวลาจริงแบบเรียลไทม์ แนวคิดแปลกใหม่น่าสนใจของภาพยนตร์กำลังจะกลายเป็นเทคโนโลยีการสื่อสารทางไกลล้ำสมัยในอนาคต

ภาพโฮโลแกรมแบบ 3 มิติที่สร้างขึ้นด้วยการฉายแสงเลเซอร์ส่องบนวัตถุเพื่อให้ภาพตกกระทบบนหน้าจอมอนิเตอร์ที่ไวต่อแสง ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงทำให้โฮโลแกรม 3 มิติเคลื่อนไหวคล้ายกับมีชีวิตจริง
โฮโลแกรม 3 มิติเป็นเทคโนโลยีรูปแบบหนึ่งที่ใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารระยะไกลระหว่างบุคคลต้นทางและปลายทางที่อยู่ต่างสถานที่กัน สามารถโต้ตอบแบบตัวต่อตัว ยิ่งเทคโนโลยีนี้ได้รับการพัฒนาก้าวหน้าขึ้นเท่าใด ภาพ 3 มิติที่ปรากฏจะยิ่งชัดเจนและสมจริงราวกับจับต้องได้

แม้ว่าการสื่อสารทางไกลแบบโฮโลแกรม 3 มิติที่นำมาใช้งานแพร่หลายมากขึ้นในปัจจุบันยังไม่สามารถส่งภาพ 3 มิติแบบเรียลไทม์ไปปรากฏทั่วโลก แต่งานวิจัยในเรื่องนี้ล่าสุดมีความก้าวหน้าขึ้นอีกขั้น ทำให้เทคโนโลยี 3 มิติเหมือนจริงมีการตอบสนองตามเวลาจริง ระบบการประชุมทางไกลผ่านจอภาพจะดูมีชีวิตชีวามากขึ้นในอนาคต

ศาสตราจารย์นาสเซอร์ เพย์แฮมมาเรียน (Nasser Peyghambarian) จากมหาวิทยาลัยแอริโซนาในสหรัฐอเมริกา และเพื่อนร่วมงาน ร่วมมือกันพัฒนาเทคโนโลยีโฮโลแกรม สามารถฉายภาพ 3 มิติที่มองเห็นได้เกือบ 360 องศา จากสถานที่อื่นทั่วโลก และมีการปรับเปลี่ยนภาพใหม่ทุก 2 วินาที
เทคโนโลยี 3 มิติแบบเรียลไทม์ที่รู้จักกันในชื่อ TelePresence เป็นนวัตกรรมการสื่อสารทันสมัยล่าสุดสำหรับการประชุมทางไกลออนไลน์ สามารถสร้างภาพมายาแบบเต็มตัว ทำให้ภาพ 3 มิติหลุดออกมาจากฉากหลัง ดูเหมือนจริงที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับเทคโนโลยีแบบอื่น

นักวิจัยกล่าวว่า เทคโนโลยี 3 มิติแบบเรียลไทม์จะเป็นเครื่องมือใช้งานเกี่ยวกับการทำแอนิเมชั่นในภาพยนตร์เคลื่อนไหว 3 มิติก่อนอย่างอื่น ตามแบบอย่างภาพยนตร์ 3 มิติเรื่อง Avatar

เทคโนโลยี 3 มิติสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ใช้งานจำนวนมาก รวมถึงการประยุกต์ใช้งานในอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์และเครื่องบิน ทีมนักออกแบบและวิศวกรสามารถมองภาพโฮโลแกรม 3 มิติ พร้อมกับทำการออกแบบและปรับเปลี่ยนแก้ไขได้ในเวลาเดียวกัน

นอกจากนี้คาดว่าจะเกิดประโยชน์อย่างสูงต่อวงการแพทย์ สามารถใช้เทคโนโลยี 3 มิติช่วยในการออกแบบการผ่าตัด ตลอดจนสามารถระดมทีมแพทย์จากทั่วโลกเข้าร่วมมือในการผ่าตัดที่ซับซ้อนในเวลาเดียวกัน ทำให้การรักษามีความแม่นยำและประสบความสำเร็จสูงสุด

ระบบการสร้างโฮโลแกรมทำได้โดยใช้กล้องถ่ายภาพสีจากหลายมุมมองที่แตกต่างกันและส่งผ่านสายอีเทอร์เน็ต ภาพถ่ายจะปรากฏบนแผ่นโพลีเมอร์ไวต่อแสงชนิดใหม่ และมีการปรับเปลี่ยนภาพทุก 2-3 วินาที

ในอนาคตจอภาพรุ่นใหม่จะเป็นจอแบบวางราบบนโต๊ะ โดยระบบจะสร้างภาพแสงที่ลอยอยู่เหนือจอภาพ
เทคโนโลยี 3 มิติแบบ TelePresence แตกต่างจากเทคโนโลยี 3 มินิทั่วไปหลายด้าน
โดยปรกติแล้วการสร้างภาพ 3 มิติจะใช้หลักการเดียวกันคือ การฉายภาพให้ตาแต่ละข้างเห็นภาพต่างมุมมองกัน ตาทั้งสองรับภาพไม่เท่ากันจะสามารถรู้ระยะ ตื้น ลึกได้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ผู้ชมจะต้องสวมแว่นตาพิเศษแบบที่เห็นในโรงภาพยนตร์ เลนส์ข้างหนึ่งมีสีแดง เลนส์อีกข้างมีสีน้ำเงิน

แต่เทคโนโลยีโฮโลแกรม 3 มิติไม่ใช้แว่นตาพิเศษ จำนวนของภาพก็ขึ้นอยู่กับมุมมองของกล้องที่ใช้ถ่ายภาพ

เมื่อนำโฮโลแกรม 3 มิติแบบเต็มตัวมาใช้กับการประชุมทางไกล คนที่นั่งด้านหน้าของโต๊ะเท่านั้นที่จะมองเห็นใบหน้าของอีกฝ่าย ส่วนคนที่นั่งด้านข้างจะมองเห็นภาพคนหันข้างให้ และคนที่นั่งด้านหลังโต๊ะจะเห็นภาพคนหันหลังให้

ยุคแรกที่นักวิจัยกลุ่มนี้ริเริ่มพัฒนาระบบโฮโลแกรม 3 มิติอยู่ในช่วงปี 2008 ยังมองเห็นเพียงภาพ 3 มิติสีขาวดำ มีการปรับเปลี่ยนภาพทุกๆ 4 นาที ทีมงานเดินหน้าพัฒนาต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันสามารถทำให้ระบบปรับเปลี่ยนภาพเร็วขึ้นมากกว่า 100 เท่า

ระบบโฮโลแกรม 3 มิติล่าสุดถือเป็นการปฏิวัติเทคโนโลยีครั้งใหญ่ สร้างโอกาสใหม่ในการมองเห็นภาพ 3 มิติแบบเรียลไทม์ งานวิจัยยังดำเนินต่อไปไม่หยุดยั้ง มีจุดมุ่งหมายที่จะพัฒนาคุณภาพของภาพให้ดีขึ้น พร้อมทั้งจะปรับปรุงระบบ ทำให้การใช้ไฟฟ้าลดลง คาดว่าจะบรรลุผลตามเป้าหมายภายในเวลาประมาณ 2 ปี

Toyota Prius รถยนต์ ไฮบริด ประหยัดน้ำมัน

ใส่ความเห็น

 

 

การออกแบบภายนอกของ โตโยต้า พริอุส Toyota Prius

โดดเด่นพร้อมไฟหน้าแบบ LED ดีไซน์โฉบเฉี่ยว มีระบบทำความสะอาดไฟหน้าด้วยหัวฉีดน้ำทำความสะอาดแบบพับซ่อนเก็บได้ ส่วนไฟท้ายใช้หลอก LED เพื่อความสว่าง ชัดเจน เช่นกัน ในส่วนของล้ออัลลอย ขนาด 15 นิ้ว น้ำหนักเบา ลดแรงเสียดทาน พร้อมการออกแบบที่คำนึงถึงการหมุนวนของอากาศบริเวณซุ้มล้อ ซึ่งมีส่วนช่วยให้มีอัตราความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงลดลง

การออกแบบภายในของ โตโยต้า พริอุส Toyota Prius

ล้ำหรูด้วยเบาะหนังแบบพิเศษ ที่ปฏิวัติแนวคิดการออกแบบเพื่อความสบายสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง โดยการเพื่มพื้นที่ระหว่างเบาะหน้าและเบาะหลัง ด้านพื้นที่เก็บของด้านหลัง กว้างขวางเพียงพอสำหรับถุงกอล์ฟ 3 ใบ ทั้งยังสะดวกสบายด้วยระบบอัจฉริยะ (Smart Entry) และ ระบบสตาร์ทอัจฉริยะ (Push Start)

 

Control Panel

โตโยต้า พริอุส Toyota Prius มีจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบออพติตรอน (Advenced Multi-Information Display หรือ MID) แสดงค่าทุกการทำงานขณะขับขี่ โดยแบบงการแสดงผลออกเป็น 3 โหมด คือ โหมดทำงานของระบบไฮบริด (Energy Monitor) โหมดแสดงผลขับขี่แบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Hybrid System Indicator) และโหมดแสดงผลอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง (Consumption Record) 

 ด้านความปลอดภัย มาตรฐาน Toyota

มีให้ทั้ง สัญญาณไฟเบรกกระพริบเมื่อเบรกกระทันหัน (Emergency Stop Lamps) ระบบควบคุมการทรงตัว (VSC-Vehicle Stability Control) ที่ทำงานร่วมกับ EPS (Electronic Power Steering) รักษาการทรงตัวของรถในทุกสภาพการขับขี่ โดยการสั่งให้เครื่องยนต์ลดความเร็วอัตโนมัติ และควบคุมแรงดันน้ำมันเบรกทั้ง 4 ล้ออย่างอิสระเพื่อรักษาการทรงตัวของรถให้สมดุลที่สุดระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake-force Distribution) ในทุกการเบรก ระบบจะปรับแรงดันน้ำมันเบรกทั้ง 4 ล้อให้เหมาะสมกับน้ำหนังที่ลดลงในแต่ละล้อ

รวมถึงระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (TRC – Traction Control System) คอยควบคุมและป้องกันการลื่นไถลของล้อ เมื่อมีการเหยียบคันเร่งมากเกินไปขณะออกตัว หรือการเร่งความเร็วแบบกระทันหันบนถนนลื่น และระบบป้องกันล้อล็อก (ABS – Aniti-lock Braking System) สำหรับการเบรกแบบกระทันหันถนนที่เปียก ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถบังคับควบคุมทิศทางของรถได้ดีขึ้น

นอกจากนี้ยังมีถุงลงนิรภัย 7 จุดรอบคัน อยู่ด้านหน้า 2 ตำแหน่ง ด้านข้าง 2 ตำแหน่ง ม่าน 2 ตำแหน่ง และเข่าคนขับ 1 ตำแหน่ง ขณะที่หมอนพิงศรีษะคู่หน้าแบบช่วยลดแรงกระแทก (Active Headrest) เมื่อเกิดการชนจากด้านหลัง หมอนพิงศรีษะจะปรับองศาอัตโนมัติเพื่อรองรับศรีษะบริเวณคอทันที ช่วยลดโอกาสการบาดเจ็บที่กระดูกคอ