ระบบปฏิบัติการ คือ ซอฟต์แวร์ที่ใช้ควบคุมการทำงานคุณสมบัติทั้งหมดของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์มือถือ หรือ คอมพิวเตอร์ ก่อนหน้านี้คนไทยอาจจะเคยได้ยินชื่อ Symbian / Windows Mobile / Linux แต่ไม่นานมานี้ ระบบปฏิบัติการในโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่อย่าง Android (แอนดรอยด์) ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น และเริ่มใช้งานในเชิงพาณิชย์หรือมีวางจำหน่ายให้กับลูกค้าเมื่อปลายปี 2551

     Android (แอนดรอยด์) มีพื้นฐานการทำงานมาจาก ระบบปฏิบัติการ Linux ถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัทที่ใช้ชื่อว่า แอนดรอยด์ แล้วถูกนำมาพัฒนาต่อยอดโดย กูเกิ้ล พร้อมด้วยความร่วมมือจากบริษัทต่างๆ รวมไปถึง ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือ มากกว่า 30 ราย Android เปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 ปีต่อมาจึงนำไปใส่ในโทรศัพท์มือถือพร้อมออกวางจำหน่ายให้กับลูกค้า ได้ยลโฉมระบบปฏิบัติการใหม่ในปี พ.ศ. 2551 สิ่งที่ทำให้ Android ได้รับความสนใจจากบริษัทผลิตโทรศัพท์มือถือรวมไปถึงลูกค้า นั่นก็คือเรื่องลิขสิทธิ์นำ Android ไปใช้งาน จะอยู่ในลักษณะของซอฟต์แวร์เสรี หรือ สามารถนำ Android ไปใช้งานได้ฟรี อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้โปรแกรมเมอร์หรือผู้พัฒนาโปรแกรม ได้ดาวน์โหลดชุด Software Develop Kit ไปพัฒนาโปรแกรมได้อย่างอิสระ ส่งผลให้ผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือ Android เข้าไปดาวน์โหลดโปรแกรมและเกมส์ต่างๆ ได้ฟรี (มีค่าบริการในบางโปแกรม)

     นอกจากจะเป็น ระบบปฏิบัติการในรูปแบบ ซอฟต์แวร์เสรี Android ยังมีคุณสมบัติที่ครบถ้วน ตอบสนองลูกค้ากลุ่มใหม่ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น เครื่องมือของ Google เว็บเบราเซอร์ โปรแกรมเอกสาร ออร์กาไนเซอร์ เครื่องเล่นมัลติมีเดีย ควบคุมการทำงานโดยอาศัยโทรศัพท์มือถือที่มีจอแสดงผลระบบสัมผัส ทำงานได้ทั้งในแนวตั้งและแนวนอน ตอบสนองคำสั่งได้อย่างรวดเร็ว และมีการพัฒนาเวอร์ชั่นใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง

 

 

 

ข้อดี VS ข้อเสีย ของ Android!!

ข้อดีของ Android

1. ความเข้ากันได้ระหว่างมือถือกับระบบ : ด้วยความที่เป็น Open-Source ทำให้ค่ายมือถือสามารถหาทางออกร่วมกันในแง่ข้อกำหนดขั้นต่ำที่จะใช้ Android และด้วยความที่เป็น Open-Source จึงมีคนเริ่มดัดแปลงให้ใช้กับ Netbook ได้ด้วย

2. ราคา : Open-Source ไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้ แถมยังเข้ากันได้กับตัวเครื่องเนื่องจากร่วมกันผลิต ดังนั้นต้นทุนผลิตจึงต่ำ และตัวแอนดรอยด์ (ไม่รวมราคาของเครื่องที่ใช้) ถูกกว่าos ของ iphone

3. เราสามารถพัฒนาเองโดยไม่ต้องส่งคืนไปให้ที่บริษัทแม่ในต่างประเทศ เหมือนเทคโนโลยีอื่นๆ ก่อนหน้านี้ เนื่องจากเป็นระบบเปิด จึงสามารถพัฒนาได้เอง ในส่วนของซอฟต์แวร์ภายในเครื่องนั้น 90% จากต่างประเทศและอีก 10% เป็นของคนไทย โดยใช้ platform android ที่สามารถพัฒนาโปรแกรมต่างๆ ได้อย่างแทบไม่มีขีดจำกัด ตัวพัฒนาโปรแกรมใน android(SDK) นั้นสามารถโหลดมาใช้ได้ฟรีๆ และไม่ได้มีข้อจำกัดเหมือน iphone ที่เวลาโอนถ่ายข้อมูลระหว่างโทรศัพท์กับคอมพิวเตอร์ต้องต่อสายและโอนข้อมูลผ่าน itune เท่านั้น

4. หากเทียบกับ iphone แล้ว Android เน้นในเรื่องการใช้งานแอพพลิเคชั่นที่หลากหลาย สามารถตกแต่งได้ตามใจชอบมากกว่า

5. สามารถใช้งานด้วยนิ้วได้สะดวกและลื่นไหล

6. สามารถทำงานได้เร็วกว่า windows mobile เร็วพอๆกับ iphone ในมาตรฐานราคา licences ที่เท่ากัน  

ข้อเสียของ Android

1. เนื่องจากเป็นน้องใหม่ในตลาด โปรแกรมที่จะใช้ได้กับระบบยังไม่เยอะ มีโปรแกรมเสริมให้เลือกน้อย การพัฒนาอาจจะล่าช้ากว่า commercial software เมื่อระบบพัฒนาถึงจุดๆหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหากับผู้ใช ้เนื่องจากผู้ใช้คงไม่ได้อัพเกรดระบบซักเท่าไหร่นัก
 
 2. Process : เราไม่สามารถปิด Process เองได้ ถ้าเปิดโปรแกรมอะไรขึ้นมามันจะรันอยู่อย่างนั้นตลอดซึ่งจะทำให้เครื่องช้าลงเรื่อยๆ ต้องมาลงโปรแกรม Task Manager คอยปิด Process ทำให้ยุ่งยากมากขึ้น
 
 3. เมื่อเทียบกับ Window Mobile ในแง่ความแพร่หลายของโปรแกรม, การใช้งาน GPS และการใช้งานร่วมกับคอมพิวเตอร์ที่เป็น Windows แล้ว Android ยังสู้ไม่ได้อย่างแน่นอน อีกทั้งการใช้งานร่วมกับภาษาไทยยังไม่รู้ว่าจะทำได้ดีขนาดไหนอีกด้วย
 
4. ใช้งานยากเพราะเมนูซับซ้อน ต้องทำความเข้าใจก่อน
 
5. ต้องต่ออินเตอร์เน็ตตลอดเวลาจึงจะใช้ฟังก์ชันได้เต็มที่
 
Advertisements